สภาพอากาศที่แปรปรวนอย่างรุนแรง ไม่ได้ส่งผลให้ไร่นาเสียหายเพียงอย่างเดียว แต่มันทำให้รายได้หลักของ ’หม่อน’ เด็กหนุ่มวัย 20 ต้องหายไปด้วย การรับจ้างทำไร่มันไม่ใช่อาชีพที่มั่นคงซะแล้ว หม่อนต้องจากบ้านเกิดมาหางานทำในกรุงเทพ เพื่อหาเงินเลี้ยงแม่และน้อง
“ไอ้หม่อนเว้ย...หายหัวไปไหนวะ”
“มาแล้วครับ...นายมีอะไรให้รับใช้ครับ”
“เดี๋ยวเอ็งเอารถไปรับคุณตุ๊กตาที่มหาลัยที”
“ได้ครับ”
หม่อนรับคำสั่ง และเดินทางไปรับคุณตุ๊กตา ลูกสาวคนเดียวของเจ้านายที่จ้างหม่อนเป็นทั้งคนขับรถ คนสวน คนใช้ ตลอดระยะเวลา 2 ปีตั้งแต่หม่อนมากรุงเทพ หม่อนไม่เคยได้ลากลับบ้าน ได้แต่เขียนจดหมายและส่งเงินให้แม่กับน้อง มีบางครั้งที่หม่อนรู้สึกท้อแท้ แต่เพื่อแม่และน้อง หม่อนจำเป็นต้องตัดความรู้สึกนั้นออกไป
“เฮ้ย...นี่เอ็งมัวไปทำอะไรอยู่วะ มหาลัยก็อยู่ใกล้แค่นี้ เพิ่งจะถึงบ้าน”
“เอ่อ...รถมันติดมากครับ”
“มันขับช้ามากค่ะป๊า...หนูนึกว่าขี่เกวียนมาซะอีก”
“เอ็งนี่น๊า...ขับรถมาเป็นปีๆ แล้วยังซื่อบื้ออยู่อีก”
“หนูว่ามันจงใจขับช้าค่ะ...มันชอบมองมาที่กระจกหลัง”
“อ๊ะ...ไอ้นี่ ชักลามปาม อย่าให้ข้ารู้นะว่า เอ็งคิดไม่ดีกะลูกสาวข้า...ข้าเอาตายแน่”
“เจ้านายครับ...ผมไม่กล้าคิดอะไรไม่ดีกับคุณหนูหรอกครับ…คุณหนูครับ ผมขอโทษ หากทำให้คุณหนูไม่พอใจนะครับ”
ไม่ใช่ครั้งแรกที่หม่อนต้องโดนด่าแบบนี้ หม่อนไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรผิดนักหนา ทำไมทั้งสองคนนี้ถึงคอยด่าตนตลอด คงเป็นเพราะหม่อนเป็นเพียงลูกจ้างที่ไม่มีสิทธิ์จะคิดอะไรเกินกว่าที่เจ้านายสั่งเท่านั้น บางครั้งหม่อนก็ไม่เข้าใจคนกรุงเทพ ทำไมต้องสร้างเรื่องขึ้นมาทั้งๆที่มันไม่ใช่เรื่องจริง ซึ่งเรื่องต่างๆนั้นมันทำให้หม่อนต้องโดนดุอยู่เป็นประจำ
………
..…..
“……โอม นมัชศิวายะ......” เสียงสวดมนต์บูชาพระศิวะ ดังลอดผ่านเข้ามายังห้องพักของหม่อนขณะที่หม่อนกำลังเขียนจดหมายหาแม่และน้อง
…แม่ครับ หวังว่าแม่คงสบายดีนะครับ หม่อนมีเรื่องมาระบายแม่อีกแล้วครับ ก็เรื่องเดิมๆนะครับ เจ้านายดุผมแบบไม่มีเหตุผลอีกแล้ว ครั้งนี้หม่อนโมโหมาก แต่คำที่แม่บอกก็ลอยขึ้นมาในหัว ‘อโหสิกรรม’ คำนี้ มันช่วยบรรเทาความโมโหของหม่อนได้เป็นอย่างดี หม่อนไม่ค่อยเข้าใจเจ้านายเท่าไหร่ ขนาดเค้าสวดมนต์อยู่เป็นประจำ แต่ทำไมเค้ายังมีอารมณ์ฉุนเฉียวได้ตลอดเวลา แม่ไม่ต้องคิดมากนะครับ ไม่มีอะไรมากหรอก คิดถึงนะครับ....หม่อน....
.........
.......
…
วันนี้หม่อนต้องไปรับคุณตุ๊กตาจากงานปาร์ตี้ตามคำสั่งเจ้านาย คุณตุ๊กตาดูท่าทางเมามาก เหมือนหม่อนจะมีลางสังหรณ์ว่าจะเกิดอะไรขึ้นแน่ๆ หม่อนพยายามที่จะรีบขับรถให้ถึงบ้านไวๆ เพราะกลัวเหตุการณ์ที่คิดจะเกิดขึ้น แต่ในที่สุดก็ถึงบ้านโดยที่คุณตุ๊กตายังหลับอยู่บนรถ หม่อนพยายามปลุกจนคุณตุ๊กตารู้สึกตัว และเดินพยุงตัวเองเข้าบ้าน หม่อนโล่งอกที่สิ่งที่คิดไม่เกิดขึ้น
“หม่อน....มาพยุงชั้นหน่อยสิ”
“เอ่อ...ผมว่าไม่ดีมั้งครับ” หม่อนตกใจที่คุณตุ๊กตาพูดออกมาแบบนั้น
“ไม่พยุงใช่มั้ย...งั้นชั้นไปหาเอง” ว่าแล้วก็เซถลาเข้าหาชายหนุ่ม
หม่อนตกใจแต่ก็ต้องพยุงคุณตุ๊กตาไว้ และสิ่งที่หม่อนคิดไว้ก็เกิดขึ้นจนได้ คุณตุ๊กตาเมาและเริ่มโอบกอดตน หม่อนพยายามเบี่ยงตัวออก แต่สถานการณ์กลับทำให้ร่างกายของทั้งคู่เบียดกันมากขึ้น ถึงแม้หม่อนจะอดกลั้นเพียงใด แต่ลึกๆในใจ หม่อนก็แอบมองคุณตุ๊กตาอยู่เหมือนกัน หม่อนไม่ฝืนใจตัวเองอีกต่อไป สองมือของหม่อนกอดรัดร่างของคุณตุ๊กตา โดยที่คุณตุ๊กตาก็ยินยอมแต่โดยดี
“ไอ้สัดหม่อน....มึงทำอะไรลูกกู” หม่อนต้องตกใจสุดขีดกับเสียงที่ดังมาจากข้างหลัง
“ป๊า...มันรังแกหนู” สิ้นเสียง ก็ตบหน้าหม่อนอย่างจัง
“ผมปล่าวนะครับเจ้านาย...ผมขอโทษครับ ผมผิดไปแล้ว” หม่อนหน้าซีด ยกมือไหว้อย่างสั่นเทา
“วันนี้ มึงตายแน่.... ไอ้หม่อน”
………
….
..
หม่อนนั่งเหม่อลอยอยู่ในสวนต้นลำโพง และมองดูแผลที่เกิดขึ้นจากฝีมือผู้เป็นนายตน นายที่ไม่มีเหตุผล และลูกสาวที่มารยาร้อยเล่มเกวียน
...ทำไมคนกรุงเทพเป็นอย่างนี้นะ...
...หม่อนอยากกลับบ้านจังครับแม่...
...ดอกลำโพงสีขาว...เห็นแล้วนึกถึงบ้านเราจังนะครับ...
...สีขาว...สีแห่งความบริสุทธิ์...
...ใช่แล้ว...ดอกลำโพงสีขาว...มันคือความบริสุทธิ์…
............
..........
......
วันรุ่งขึ้น หม่อนเดินทางกลับบ้านหาแม่และน้อง ระหว่างทางก็เหลือบไปเห็นพาดหัวข่าวหน้าหนังสือพิมพ์
“....นักธุรกิจหนุ่มและลูกสาวเสียชีวิตภายในบ้าน คาดว่าสาเหตุมาจากการที่ผู้เป็นพ่อนับถือพระศิวะ จึงปลูกต้นลำโพงภายในบ้าน และบูชาพระศิวะด้วยดอกลำโพงเป็นระยะเวลานาน ทำให้สารอัลคาลอยด์ซึ่งเป็นสารพิษที่หาซื้อได้ทั่วไป และยังสามารถพบได้ในต้นไม้ชนิดนี้ซึมเข้าสู่ร่างกายโดยไม่รู้ตัวและไปทำลายระบบประสาท เป็นเหตุให้เสียชีวิต ติดตามรายละเอียดได้ที่หัวข้อข่าวด้านใน......”
"หึ หึ .... ผมขออโหสิกรรมนะครับ"....
edit @ 5 Nov 2007 08:19:36 by nork