ตอนเด็กๆ ใครเคยต้องซื้อของเองบ้าง.... ผมเคยนะ ตอนที่ยังเป็นเด็กน้อย อายุคงประมาณ 6-7 ขวบ ถือเป็นการซื้อของครั้งแรกที่เราต้องใช้ความคิดตัดสินใจด้วย มันไม่ใช่การซื้อขนมหรือของกิน แบบที่เราแค่มองๆ แล้วก็จิ้มเอาว่าจะเอาอันนี้ แต่เรื่องมันมีอยู่ว่า
คุณครูสั่งการบ้านวิชา กพอ - - การงานพื้นฐานอาชีพ (สมัยนี้มีอยู่ป่าวหว่า) ให้นักเรียนทุกคนไปเย็บผ้าเช้ดหน้าติดลูกไม้มาคนละ 1 ผืน วัสดุที่ใช้ก็จะมี ผ้าลายอะไรก็ได้ที่เราชอบ 1 ผืน และลูกไม้เพื่อใช้สำหรับติดรอบๆผ้า เออนะ...ง่ายดีแหะ
ว่าแล้วก็กลับไปหาของที่บ้าน มีไรมั่งหว่า มีผ้าแล้ว มีเข็มแล้ว มีด้ายแล้ว แล้วลูกไม้อยู่ไหนหว่า
“แม่คร้าบบบบ...มีผ้าลูกไม้มั้ยครับ”
“ไม่มีลูก ต้องไปซื้อที่ร้านในตลาด”
“งั้นเดี๋ยวผมมา ไปซื้อก่อนนะคร้าบ”
“อย่าเถลไถลนะ รีบกลับมาทานข้าวเย็นล่ะ”
“คร้าบบบ......”
ต้องวางแผนก่อน ครูสอนว่าทำอะไรต้องรอบคอบ ค่ารถขาไป 1 บาท ขากลับอีก 1 บาท ค่าลูกไม้คงไม่เกิน 5 บาท ทั้งหมด 7 บาท แต่เราต้องเอาไปเผื่อฉุกเฉินอีก ...วะฮะฮ่า...ช่างหลักแหลมเสียนี่กระไร ถ้างั้นเอาเงินไป 10 บาทเลยดีกว่า
...นั่งรถไปก็ยิ้มไป ถ้าทำเสร็จ ส่งไว จะได้คะแนนพิเศษรึป่าวน้า.... อ๊ะ ถึงตลาดละมัวแต่คิดอะไรเพลิน อืม...ร้านอยู่ไหนหว่า คุณครูสอนว่าต้องหัดเป็นคนช่างสังเกตุ อืม...ลูกไม้ก็น่าจะอยู่ร้านขายผ้า ร้านไหนมีผ้าหน้าร้านบ้างหว่า...... อ๊ะ! ร้านนี้เอง แหม...ทำไมเรามันช่างปราดเปรื่องอย่างนี้นะ
“ขอโทษครับ คือผมอยากจะซื้อผ้าลูกไม้ครับ”
“จะเอาแบบไหนจ๊ะหนู”
...เอาล่ะสิ... ผ้าลูกไม้มันไม่ได้มีแบบเดียวเหรอเนี่ย เอาไงดี.... ตั้งสติ เมื่อสติมา ปัญญาก็เกิด
“ขอดูหน่อยครับ ว่ามีแบบไหนบ้าง” ฟอร์มว่าซื้ออยู่ประจำ แล้วคนขายก็เดินไปหยิบแบบมาให้ดู
“อยากได้แบบไหนจ๊ะ”
...เอาไงดีล่ะ เลือกไม่เป็นด้วย...
“อันนี้ละกันครับ” จะได้เสร็จๆ ซะที
“อันนี้ 3 เมตร 12 บาท”
..ไอ๋หยา.. ทำไงดี... เมื่อสติมา ปัญญาก็เกิด ต้องเปลี่ยนแผน
“งั้นอันนี้เท่าไหร่ครับ”
“อันนี้ 3 เมตร 15 บาท”
..ง่า.. หนักกว่าเก่าอีก.. เมื่อสติมา ปัญญาก็เกิด เอาใหม่
“พี่ครับ ขอผ้าลูกไม้ถูกที่สุด เท่าไหร่ครับ” มุขนี้ ไม่ได้ให้มันรู้ไป
“ถูกสุดก็อันนี้ 3 เมตร 9 บาทจ๊ะ” ...ค่อยยังชั่ว... แต่เอ๊ะ 9 บาท ทำไงดี เหลือ 9 บาทพอดี ตั้งสติใหม่ เมื่อสติมา ปัญญาก็เกิด
กระบวนการวิเคราะห์ในหัวสมองของเด็กน้อยเริ่มทำงาน
ทางออกที่หนึ่ง: เสียเงิน 1 บาทนั่งรถกลับบ้าน แล้วไปเอาเงินเพิ่ม…ไม่ไหวแหะ..เสียเวลา อุตส่าห์มาละ
ทางออกที่สอง: ขอติดไว้ก่อน 1 บาท แล้วจะเอามาใช้วันหลัง...ไม่น่าจะได้..ใครจะไปยอมให้ของกับเด็กที่ไม่รู้จัก
ทางออกที่สาม: โทรหาแม่ให้เอาเงินมาจ่ายให้...ไม่เอาดีกว่า...เดี๋ยวโดนดุ
ทางออกสุดท้าย: ตัดสินใจซื้อเลย แล้วเดินกลับบ้าน...อืม... เข้าท่าแหะ
“พี่ครับ งั้นผมเอาอันนี้ละกัน” ว่าแล้วก็ควักเหรียญทั้งหมดที่มีอยู่ 9 บาทให้คนขายไป
ระยะทางจากร้านในตลาดถึงบ้านก็ร่วมๆ 3 กิโล แต่เดินก็เดิน ทำไงได้ เดินไปพลางยกถุงใส่ผ้าลูกไม้มามองด้วยความภาคภูมิใจที่สามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างชาญฉลาด
“แม่ครับ...ผมกลับมาแล้ว”
“ไปเถลไถลที่ไหนมาเป็นชั่วโมงๆ นี่มันกี่โมงแล้ว รีบๆ มาทานข้าวเลย”
“พอดีเจอเพื่อนนะครับ เลยนั่งเล่นเพลิน เดี๋ยวไปทานนะครับ” กลัวแม่ดุ ไม่กล้าบอกความจริง แถมตอนนี้เหงื่อแตกพลักเลย ขาแข้งอ่อนไปหมด ขอพักก่อนนะครับแม่
...........
.....
..
“อ้าวลูก ซื้อผ้าลูกไม้มาทำไมเยอะแยะ ทำผ้าเช็ดหน้าผืนเดียวไม่ใช่เหรอ”
“ซื้อมา 3 เมตรครับ เค้าขายให้ผมมาอย่างนี้”
“จริงๆ ขอซื้อเค้าแค่เมตรเดียวก็พอมั้ง”
นั่นสิ...เมื่อสติมา ปัญญาก็เกิด
..........
.....
..
เมื่อวานนึกอยากทานผลไม้เลยแวะตลาด ก็เห็นผลไม้เต็มเลย เอาไงดี…. ส้มละกัน มีวิตามินซี จะได้ไม่เป็นหวัด ว่าแล้วก็ปรี่เข้าไปทันที ก็เจอกับป้ายบอกราคาปักเด่อยู่
..... สองโล 30 ..... อืมถูกดีเนอะ
edit @ 27 Oct 2007 06:59:52 by nork