……“แกมันไอ้ฆาตกร”……
เสียงที่ก้องอยู่ในหัวตลอดเวลา 15 ปี นับตั้งแต่เกิดเรื่อง ผมพยายามบอกกับตัวเองตลอดเวลาว่า ผมไม่ผิด ผมถูกสถานการณ์บีบบังคับให้ทำแต่ถึงผมจะคิดแบบนั้น แต่ก้นบึ้งจากจิตใจก็ยังสั่งให้ผมรู้สึกถึงความผิดครั้งนั้นอยู่ดี เหมือนเป็นชนักปักหลังผมไปตลอดกาล
เรื่องมันเกิดขึ้นเมื่อสมัยผมยังเป็นเด็กมัธยมปลาย ช่วงชีวิตที่มีแต่ความสนุก และความคึกคะนอง เพื่อนมีอิทธิพลเหนือสิ่งอื่นใด โดดเรียน เล่นเกมส์ แกล้งคน ถือเป็นเรื่องปกติ ถ้าใครไม่ทำ ก็ถูกตัดความเป็นเพื่อน ถึงพ่อแม่จะเตื่อน ก็แค่รับฟัง ให้เข้าหูซ้าย แล้วทะลุออกหูขวา ถ้าย้อนเวลาได้ ผมอยากจะกลับไปตบหัวตัวเองในอดีต ให้เชื่อฟังสิ่งที่พ่อแม่สอน เผื่อเรื่องทุกอย่างจะได้ไม่เป็นอย่างทุกวันนี้
ชีวิตที่ไร้สาระตามประสาวัยรุ่นผ่านไปอย่างไร้ค่า จนจุดเปลี่ยนชีวิตมาถึง วันนั้นอยู่ลอกการบ้านเพื่อนจนเย็น ก็เลยขึ้นรถเมล์กลับบ้านคนเดียว ตอนนั่งอยู่รู้สึกเหมือนมีใครมองอยู่ เลยหันไปดู ก็เห็นเด็กช่างกล 2 คนกำลังจ้องมาที่ผมเขม็งเลย สงสัยคู่อริแน่เลย ในใจคิดว่ามันคงไม่กล้าทำอะไรเพราะคนบนรถค่อนข้างเยอะ
พอถึงป้ายที่จะลง ผมก็รอให้คนลงไปก่อน แล้วกะจะวิ่งลงคนสุดท้าย แต่ปรากฎว่าผมกะจังหวะพลาด รถดันออกตัวซะก่อน เท่านั้นละ ช่างกล 2 คนนั้นมันรีบมาประกบด้านหลังผมทันที พร้อมกับเอามีดจี้ที่เอว และบอกให้เงียบๆ ถ้าขัดขืนโดนเสียบ
วินาทีนั้นผมตกใจมาก ทำไรไม่ถูก ก็ได้แต่ทำตามที่มันบอกไป พอรถจอดป้าย มันก็บังคับให้ผมลง และเดินเอามีดจี้ผมไปเรื่อยๆ จนมาถึงซอยๆหนึ่ง มีเด็กวัยเดียวกันยืนอยู่ 5-6 คน แล้วคนที่จี้ผมมันก็พูดขึ้นว่า
“พี่....ใช่ไอ้ห่านี่รึป่าว ที่มันต่อยพี่วันนั้น”
“...........”
เอาไงละเนี่ย ลูกพี่มันไม่ตอบ แถมมองหน้าผมใหญ่เลย ไม่ใช่มันหมั่นไส้ ให้กระทืบผมแทน จะทำไงละทีนี้
“...เฮ้ย...ไม่ใช่ไอ้นี่วะ”
พอผมได้ยินคำนี้ ค่อยโล่งใจหน่อย แต่มันจะเอาไงกะผมต่อล่ะ
“ปล่อยแมร่งไปเหอะ....” ลูกพี่มันบอก
“ได้ไงพี่...ไงไง มันก็ไอ้พวกเดียวที่ทำกะพี่ไม่ใช่เหรอ ต้องสั่งสอนมันบ้าง” ว่าแล้ว มันก็ต่อยหน้าและถีบผมจนเซ แถมยังเตะอัดเข้าที่ชายโครง
“เฮ้ย นี่กูพูดมึงไม่ฟังเหรอ” ลูกพี่มันตะโกนเสียงแข็ง จนมันต้องหยุด
ผมจุกจนลุกไม่ไหว แต่เห็นพวกมันค่อยๆ เดินจากไป ผมจึงค่อยๆ ลุกแล้วลากสังขารตัวเองกลับบ้าน
เช้าวันรุ่งขึ้น ผมมาโรงเรียนด้วยสภาพหน้าช้ำๆ แน่นอนเพื่อนๆในกลุ่มแค้นแทนผมมาก เลยรวมตัวกันจะไปแก้แค้นพวกมัน แต่ผมก็ห้ามไว้ เพราะไม่อยากให้เกิดเรื่องแบบนี้กับคนที่เค้าไม่รู้เรื่องเหมือนอย่างผม ยังดีที่เพื่อนๆ ก็ยังฟังผม
เวลาผ่านไปเป็นอาทิตย์ ทุกคนต่างก็ไม่ได้นึกถึงเรื่องนี้กันอีก ผมเองก็เช่นกัน และเหตุการณ์ก็เกิดขึ้นคล้ายๆกับวันนั้นอีก ผมต้องทำธุระอยู่จนค่ำ เลยต้องกลับบ้านคนเดียวอีก ขณะนั่งรอรถที่ป้ายรถเมล์ ผมก็ต้องสะดุ้ง เมื่อมีวัสดุแหลมๆ มาจิ้มที่ต้นคอผม
...นี่ขนาดป้ายรถเมล์นะ มันยังกล้าขนาดนี้... ผมไม่อยากให้ใครต้องโดนลูกหลงด้วย ผมเลยต้องยอมทำตามที่มันต้องการ
ผมเดินเข้าไปจนสุดซอย มันเป็นป่ารกที่ไม่ค่อยมีใครเดินผ่าน และแน่นอน ผมรู้อยู่แล้วว่าที่นั่นต้องมีพวกมันรออยู่
...ฉึก... ผมไม่ทันตั้งตัว ก็ถูกมันปักเข้าให้แล้ว ผมคิดในใจว่าครั้งนี้ มันคงไม่ปล่อยผมไว้แน่ พวกมันกรูกันเข้ามารุมทำร้ายผม ผมใช้แขนป้องกันตัวเอง จนเลือดไหลเป็นทาง ผมใช้แรงที่เหลืออยู่ตอบโต้มันกลับ ใช้อาวุธทุกอย่างที่ผมมีติดตัว และผมก็เจอฟุตเหล็กที่ผมพกประจำ
ผมฟาดไม่ยั้ง โดยไม่สนว่าจะโดนใครมั่ง ใช่แล้ว...มันโดนจริงๆ ผมฟาดโดนหัวพวกมัน เลือดสาดลงไปนอนจมกับพื้น แต่ถึงขนาดนั้น พวกมันก็ยังไม่เลิกรา คงแค้นที่ผมทำกับเพื่อนมันด้วย
สติผมเริ่มเลื่อนลอย ร่างกายชา และก่อนที่ตัวผมจะกลายเป็นร่างไร้วิญญาณ อยู่ดีๆ พวกมันก็แตกฮือกันไป เพราะมีคนผ่านมาพอดี นับเป็นโชคดีของผม
...แต่ในความโชคดีที่ผมรอดมาได้... มันมีคำว่า “ไอ้ฆาตกร” ตามมาด้วย
หลังจากที่เกิดเรื่องวันนั้น ชีวิตผมเปลี่ยนไปทันที เพื่อนๆที่เคยเล่นด้วยกัน ก็ไม่ยอมเล่นกันเหมือนเดิม คนรอบข้างมองผมแปลกๆ
สมควรแล้ว นี่แหละคือสิ่งทีผมควรได้รับจากสังคม
ทุกวันนี้ผมเหมือนคนที่ไร้ตัวตน ภาพอดีตคอยหลอกหลอนผมตลอดเวลา
แล้วถ้าเป็นคุณที่ต้องตกอยู่ในสถานการณ์อย่างนี้..... คุณจะทำอย่างไร
สำหรับผม ผมคิดว่าผมทำถูกแล้วที่ทำแบบนั้น ผมจะไม่มีทางปล่อยให้ตัวเองต้องโดนมันกัดและดูดเลือด จนเป็น “ไข้เลือดออก” แน่นอน
edit @ 23 Oct 2007 11:51:50 by nork