2007/Sep/07

เมื่อวานได้ดูเรื่องจริงผ่านจอ รู้สึกประทับใจเรื่องนึง เป็นเรื่องเกี่ยวกับ

...การเสียสละเพื่อความรัก...

มีสามีภรรยาชาวเลคู่นึง แต่งงานอยู่กินกันมาได้ระยะหนึ่ง โดยที่ฝ่ายชายก็ทำตัวปกติตามประสาผู้ชายทั่วไป คือ ไม่ค่อยพูดหรือบอกให้ชาวโลกรับรู้ว่าเรารักกันนะ จะมีก็แต่ฝ่ายหญิงที่เห็นความรักเป็นเรื่องสำคัญ จะเขียนข้อความแปะไว้ที่ผนังบ้านตลอด ในทำนองว่า คิดถึงนะเวลาไม่เจอ อะไรประมาณนี้

สามีมีอาชีพประมง เวลาออกเรือภรรยาก็จะตามไปด้วย เพื่อคอยอยู่ใกล้ๆ .....ช่างเป็นคู่ที่น่าอิจฉาจริงๆ

วันนี้ก็เช่นกัน สามีออกเรือพร้อมกับลูกเรืออีก 2 คน โดยมีภรรยาร่วมเดินทางไปด้วยตามปกติ......พอหาปลาเสร็จก็เดินทางกลับ ระหว่างทางสามีเริ่มสังเกตุอาการผิดปกติของเรือได้ ท่อที่เอาไว้คอยปล่อยน้ำออกจากเรือ....... ตอนนี้มันกลายเป็นท่อดูดน้ำเข้าเรือซะแล้ว!!!

...น้ำเริ่มเอ่อล้นท้องเรือ.... พอตั้งสติได้ก็ให้ทุกคนช่วยกันวิดน้ำออกจากเรือ โดยมีความหวังอยู่เต็มหัวใจว่า....เรือนี้จะต้องไม่จม เราจะต้องพาทุกคนขึ้นฝั่งอย่างปลอดภัย.... สิ่งที่น่ากังวลที่สุดในตอนนี้เห็นจะเป็นภรรยาของเค้าเอง เนื่องจากภรรยาของเค้าว่ายน้ำไม่เป็น

..ไม่มีทีท่าว่าน้ำจะลดลง....ถึงแม้ทุกคนจะพยายามวิดน้ำกันอย่างเต็ม...จนในที่สุด....เรือเริ่มจมดิ่งลงสู่ท้องทะเลอย่างรวดเร็ว

...วินาทีชีวิตเริ่มจากนี้... ทุกคนต่างพยายามหาที่ยึดเกาะ เพื่อช่วยให้ตัวเองลอยเหนือน้ำ..... ลูกเรือ 2 คนโชคดีที่เกาะถังบรรจุน้ำไว้ได้ แต่สามีภรรยาคู่นี้ไม่มีอะไรยึดเกาะเลย...

มีเพียงกันและกัน.... สามีรู้ดีว่าภรรยาว่ายน้ำไม่เป็น จึงคอยประคองภรรยาไว้ และคอยยกตัวเค้าขึ้นเพื่อให้สามารถหายใจได้ ...เวลาผ่านไปอยู่นาน สามีเริ่มอ่อนล้า แต่ก็ไม่ละความพยายามที่จะประคองภรรยาของตนให้ผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน

ทางลูกเรือ 2 คนที่ได้ถังบรรจุน้ำช่วยชีวิตแล้ว ก็ยังพยายามที่จะช่วยชีวิตเจ้านายทั้งสองของเค้าด้วย ความพยายาที่มีจุดมุ่งหมายเดียวกัน....พวกเราทุกคนจะต้องรอดชีวิตไปด้วยกัน....

..ในที่สุด สวรรค์ก็ยังเข้าข้างพวกเค้า ถังใส่น้ำแข็งใบเขื่องลอยเข้ามาใกล้ทั้งคู่ตามแรงกระเพื่อมที่ลูกเรือของพวกเค้าช่วยกันผลักมา... จนกระทั่งทั้งคู่สามารถเกาะถังใบนั้นไว้ได้.....ดูเหมือนสถานการณ์เลวร้ายจะสิ้นสุดเพียงเท่านี้.....แต่ทว่า

ถังน้ำแข็งไม่สามารถลอยอยู่ได้ หากต้องรับน้ำหนักของคนถึงสองคน ....ผู้เป็นสามีรู้จุดนี้ดี จึงพยายามรีบตะกุยน้ำเพื่อพาภรรยาและตนเองเข้าถึงฝั่งให้เร็วที่สุดก่อนที่ตนจะหมดแรง......

....และวินาทีแห่งชีวิตก็เริ่มขึ้นอีกครั้ง.... เมื่อผู้เป็นสามีหยุดการเคลื่อนไหว ได้แต่กุมมือภรรยาของตนไว้.... ฝ่ายภรรยารับรู้ได้ในทันทีว่าสามีของตนไม่มีแรงพอที่จะว่ายน้ำต่อได้แล้ว.... คำพูดต่างๆพรั่งพรูออกมาจากปากของหญิงสาวเพื่อบอกกับสามีไม่ให้ปล่อยมือจากตนเอง เพราะนั่นไม่ได้หมายความเพียงแค่มือเท่านั้น แต่มันคือหัวใจทั้งดวงของตนที่จะต้องหลุดลอยไปอย่างไม่วันหวนกลับ

..สายตาที่จับจ้องไปที่ใบหน้าของหญิงสาวโดยปราศจากคำพูดใดๆ.. เหมือนจะเป็นการบอกให้หญิงสาวต้องเข้มแข็งต่อไป และนั่นเองเป็นการลาครั้งสุดท้ายจากผู้เป็นสามีอันเป็นที่รัก

เสียงกรีดร้องดังไปทั่วท้องน้ำอันเวิ้งว้าง พร้อมๆกับร่างของชายคนที่ไม่เคยแสดงความโรแมนติคให้ตนเห็นสักครั้ง บัดนี้ ร่างนั้นได้ถูกกลืนหายไปในทะเลต่อหน้าต่อตา..... วินาทีนั้นมันเหมือนกับโลกหยุดนิ่ง โดยมีมัจจุราชมากระชากหัวใจออกจากอกของตน

....ความเสียใจ...ความกลัว...ความท้อแท้...ความสับสน...สิ่งต่างๆ ถาโถมเข้ามาในหัวสมองเธอ....ต้องทำอย่างไรต่อไป....ชีวิตนี้จะเป็นเช่นไร...... ความคิดต่างๆ เลือนหายไปในพริบตา เมื่อเธอนึกถึงแววตาของสามี ณ วินาทีที่เค้ามองตาเธอ ก่อนจะจากไปอย่างไม่มีวันกลับ

ใช่แล้ว.... ต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป เราต้องรอดไปให้ได้ เพื่อสามี เพื่อคนที่เรารักมากที่สุด คนที่เสียสละดวงใจให้กับเรา คนที่เราจะอยู่เพื่อดูแลหัวใจที่เค้ามอบไว้ให้ตลอดไป

**********************

ปัจจุบัน เธออาศัยอยู่กับคุณแม่ของสามี และสาบานว่าจะเลี้ยงดูคุณแม่ของสามีให้ดีที่สุด ให้เหมือนกับลูกชายของท่านดูแล ตราบเท่าที่หัวใจและชีวิตที่เธอได้มายังไม่ดับสูญ.....

...อานุภาพแห่งความรัก...

...หากเมื่อใดที่มีผู้หยิบยื่นให้จากหัวใจอันบริสุทธิ์....

...เมื่อนั้น จะเปี่ยมด้วยคุณค่าอย่างหาที่สุดไม่ได้........

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
กินข้าวแล้วมาต่อด่วนด่วนครับ
อยากรู้ อยากรู้ ว่าจะเป็นไง
อ่านแล้วลุ้นสะง้าน เหอ เหอ... ^^"
#1  by  My Name is S@M@Thi At 2007-09-07 13:39, 
เมื่อวานเราก็ดู ... นึกถึงไททานิก
แต่อันนี้มันอินกว่า น้ำตาซึม
ผู้หญิงเข้มแข็งมาก .. ซึ้ง
#2  by  Bew At 2007-09-07 14:16, 


ซึ้งเกินจะอธิบาย........ อยากมีรักจริง
ไม่ต้องเท่านี้ แต่ขอเศษเสี้ยวก็พอ
#3  by  @พักใจ At 2007-09-08 00:41, 
ซึ้งอะ.....
#4  by  parmer At 2007-09-08 00:57, 
จบเศร้าหง่ะครับ นึกว่าจะรอดไปด้วยกัน...
#5  by  My Name is S@M@Thi At 2007-09-08 00:59, 
เรื่องแบบนี้
มีจริงๆๆด้วยเหรอ
#6  by  ฟ้าบ่กั้น(คือเก่า) At 2007-09-10 12:48, 
สังขารพี่ หรือสังขาร หนูอะ

อุอุ
#7  by  ฟ้าบ่กั้น(คือเก่า) At 2007-09-10 14:15, 
และความรักแบบนี้อะ
รักที่ไม่ได้เป็นที่1

การไม่ได้เป็นที่ "หนึ่ง" ในใจคนที่เรารักนั้น
ไม่ได้เป็นเรื่องที่น่าเศร้าเสมอไป
การเป็นที่สอง ในใจเขานั้น ย่อมดีกว่าการเป็นที่สาม ที่สี่
หรือถึงแม้ว่า . . . เราจะเป็นที่สุดท้าย
แต่มันก็ยังดีกว่า การที่เราไม่ได้อยู่ในใจเขาคนนั้นเลยไม่ใช่หรือ



จงยิ้มให้ความรัก และ รักต่อไปเถอะ
แม้ว่า . . . รักนั้นอาจไม่ใช่ที่หนึ่ง
จนกว่าที่เรา จะบอกกับตัวเองว่า . . .
"เราทนอีกต่อไป ไม่ได้แล้ว
เราเหนื่อยกับรัก ที่เป็นเช่นนี้เหลือเกิน"
ยิ้มให้กับหัวใจตัวเอง ที่ไปรักเขา . . .
เพราะอย่างน้อยหัวใจของเรา ก็ยังได้เรียนรู้กับความรัก

ยิ้มให้กับกาลเวลา ที่ทำให้เราเจอกันช้าไป . . .
เพราะอย่างน้อย ก็ยังทำให้เราได้เจอกัน

เราควรดีใจไม่ใช่หรือ ที่อย่างน้อยเรายังยิ้มให้กับคนที่เรารักได้
#8  by  takeshi (202.57.179.150 /192.168.3.105) At 2007-09-10 14:50, 

<< Home