เมื่อวานได้ดูเรื่องจริงผ่านจอ รู้สึกประทับใจเรื่องนึง เป็นเรื่องเกี่ยวกับ
...การเสียสละเพื่อความรัก...
มีสามีภรรยาชาวเลคู่นึง แต่งงานอยู่กินกันมาได้ระยะหนึ่ง โดยที่ฝ่ายชายก็ทำตัวปกติตามประสาผู้ชายทั่วไป คือ ไม่ค่อยพูดหรือบอกให้ชาวโลกรับรู้ว่าเรารักกันนะ จะมีก็แต่ฝ่ายหญิงที่เห็นความรักเป็นเรื่องสำคัญ จะเขียนข้อความแปะไว้ที่ผนังบ้านตลอด ในทำนองว่า คิดถึงนะเวลาไม่เจอ อะไรประมาณนี้
สามีมีอาชีพประมง เวลาออกเรือภรรยาก็จะตามไปด้วย เพื่อคอยอยู่ใกล้ๆ .....ช่างเป็นคู่ที่น่าอิจฉาจริงๆ
วันนี้ก็เช่นกัน สามีออกเรือพร้อมกับลูกเรืออีก 2 คน โดยมีภรรยาร่วมเดินทางไปด้วยตามปกติ......พอหาปลาเสร็จก็เดินทางกลับ ระหว่างทางสามีเริ่มสังเกตุอาการผิดปกติของเรือได้ ท่อที่เอาไว้คอยปล่อยน้ำออกจากเรือ....... ตอนนี้มันกลายเป็นท่อดูดน้ำเข้าเรือซะแล้ว!!!
...น้ำเริ่มเอ่อล้นท้องเรือ.... พอตั้งสติได้ก็ให้ทุกคนช่วยกันวิดน้ำออกจากเรือ โดยมีความหวังอยู่เต็มหัวใจว่า....เรือนี้จะต้องไม่จม เราจะต้องพาทุกคนขึ้นฝั่งอย่างปลอดภัย.... สิ่งที่น่ากังวลที่สุดในตอนนี้เห็นจะเป็นภรรยาของเค้าเอง เนื่องจากภรรยาของเค้าว่ายน้ำไม่เป็น
..ไม่มีทีท่าว่าน้ำจะลดลง....ถึงแม้ทุกคนจะพยายามวิดน้ำกันอย่างเต็ม...จนในที่สุด....เรือเริ่มจมดิ่งลงสู่ท้องทะเลอย่างรวดเร็ว
...วินาทีชีวิตเริ่มจากนี้... ทุกคนต่างพยายามหาที่ยึดเกาะ เพื่อช่วยให้ตัวเองลอยเหนือน้ำ..... ลูกเรือ 2 คนโชคดีที่เกาะถังบรรจุน้ำไว้ได้ แต่สามีภรรยาคู่นี้ไม่มีอะไรยึดเกาะเลย...
มีเพียงกันและกัน.... สามีรู้ดีว่าภรรยาว่ายน้ำไม่เป็น จึงคอยประคองภรรยาไว้ และคอยยกตัวเค้าขึ้นเพื่อให้สามารถหายใจได้ ...เวลาผ่านไปอยู่นาน สามีเริ่มอ่อนล้า แต่ก็ไม่ละความพยายามที่จะประคองภรรยาของตนให้ผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน
ทางลูกเรือ 2 คนที่ได้ถังบรรจุน้ำช่วยชีวิตแล้ว ก็ยังพยายามที่จะช่วยชีวิตเจ้านายทั้งสองของเค้าด้วย ความพยายาที่มีจุดมุ่งหมายเดียวกัน....พวกเราทุกคนจะต้องรอดชีวิตไปด้วยกัน....
..ในที่สุด สวรรค์ก็ยังเข้าข้างพวกเค้า ถังใส่น้ำแข็งใบเขื่องลอยเข้ามาใกล้ทั้งคู่ตามแรงกระเพื่อมที่ลูกเรือของพวกเค้าช่วยกันผลักมา... จนกระทั่งทั้งคู่สามารถเกาะถังใบนั้นไว้ได้.....ดูเหมือนสถานการณ์เลวร้ายจะสิ้นสุดเพียงเท่านี้.....แต่ทว่า
ถังน้ำแข็งไม่สามารถลอยอยู่ได้ หากต้องรับน้ำหนักของคนถึงสองคน ....ผู้เป็นสามีรู้จุดนี้ดี จึงพยายามรีบตะกุยน้ำเพื่อพาภรรยาและตนเองเข้าถึงฝั่งให้เร็วที่สุดก่อนที่ตนจะหมดแรง......
....และวินาทีแห่งชีวิตก็เริ่มขึ้นอีกครั้ง.... เมื่อผู้เป็นสามีหยุดการเคลื่อนไหว ได้แต่กุมมือภรรยาของตนไว้.... ฝ่ายภรรยารับรู้ได้ในทันทีว่าสามีของตนไม่มีแรงพอที่จะว่ายน้ำต่อได้แล้ว.... คำพูดต่างๆพรั่งพรูออกมาจากปากของหญิงสาวเพื่อบอกกับสามีไม่ให้ปล่อยมือจากตนเอง เพราะนั่นไม่ได้หมายความเพียงแค่มือเท่านั้น แต่มันคือหัวใจทั้งดวงของตนที่จะต้องหลุดลอยไปอย่างไม่วันหวนกลับ
..สายตาที่จับจ้องไปที่ใบหน้าของหญิงสาวโดยปราศจากคำพูดใดๆ.. เหมือนจะเป็นการบอกให้หญิงสาวต้องเข้มแข็งต่อไป และนั่นเองเป็นการลาครั้งสุดท้ายจากผู้เป็นสามีอันเป็นที่รัก
เสียงกรีดร้องดังไปทั่วท้องน้ำอันเวิ้งว้าง พร้อมๆกับร่างของชายคนที่ไม่เคยแสดงความโรแมนติคให้ตนเห็นสักครั้ง บัดนี้ ร่างนั้นได้ถูกกลืนหายไปในทะเลต่อหน้าต่อตา..... วินาทีนั้นมันเหมือนกับโลกหยุดนิ่ง โดยมีมัจจุราชมากระชากหัวใจออกจากอกของตน
....ความเสียใจ...ความกลัว...ความท้อแท้...ความสับสน...สิ่งต่างๆ ถาโถมเข้ามาในหัวสมองเธอ....ต้องทำอย่างไรต่อไป....ชีวิตนี้จะเป็นเช่นไร...... ความคิดต่างๆ เลือนหายไปในพริบตา เมื่อเธอนึกถึงแววตาของสามี ณ วินาทีที่เค้ามองตาเธอ ก่อนจะจากไปอย่างไม่มีวันกลับ
ใช่แล้ว.... ต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป เราต้องรอดไปให้ได้ เพื่อสามี เพื่อคนที่เรารักมากที่สุด คนที่เสียสละดวงใจให้กับเรา คนที่เราจะอยู่เพื่อดูแลหัวใจที่เค้ามอบไว้ให้ตลอดไป
**********************
ปัจจุบัน เธออาศัยอยู่กับคุณแม่ของสามี และสาบานว่าจะเลี้ยงดูคุณแม่ของสามีให้ดีที่สุด ให้เหมือนกับลูกชายของท่านดูแล ตราบเท่าที่หัวใจและชีวิตที่เธอได้มายังไม่ดับสูญ.....
...อานุภาพแห่งความรัก...
...หากเมื่อใดที่มีผู้หยิบยื่นให้จากหัวใจอันบริสุทธิ์....
...เมื่อนั้น จะเปี่ยมด้วยคุณค่าอย่างหาที่สุดไม่ได้........